นักลงทุนสัมพันธ์

"อาร์เอส" โตสนั่น!! ไตรมาส 2 กำไรพุ่ง 230% ใจดีจ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 25 สตางค์

Backสิงหาคม 08, 2561

ลาดพร้าว-นายดามพ์ นานา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ รุกเข้าสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ยุคใหม่อย่างเต็มตัว โดยมีการโฆษณาและนำเสนอสินค้าผ่านแพลตฟอร์มที่แข็งแรงในกลุ่มอาร์เอส ทั้งช่อง 8 ทีวีดาวเทียม และคลื่นวิทยุ COOL ซึ่งเข้าถึงประชากรร่วม 15 ล้านคนต่อวัน ไม่เป็นการพึ่งพาเฉพาะการขายสินค้าผ่านหน้าร้านค้าแบบเดิมเพียงอย่างเดียว สามารถสื่อสารและเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคได้โดยตรง เกิดเป็นโมเดลที่แตกต่างและได้เปรียบเหนือรายอื่นๆ ในตลาด

สำหรับผลการดำเนินงานมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นทั้งรายได้และกำไร โดยมีรายได้ในไตรมาส 2/2561 กว่า 955 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ช่วงครึ่งปีแรกมีรายได้ร่วม 2,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% ในส่วนของกำไรสุทธิในไตรมาส 2 สูงถึง 172 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 230% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และช่วงครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิรวม 274 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 177% เชื่อมั่นว่าผลประกอบการทั้งปี 2561 จะทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตอบโจทย์ความสำเร็จของโมเดลธุรกิจใหม่ที่มีการผสานกันของธุรกิจพาณิชย์และธุรกิจสื่ออย่างลงตัว

ทั้งนี้ ธุรกิจพาณิชย์และอื่นๆ หรือ Multi-platform Commerce (MPC) ซึ่งทำรายได้โดดเด่นต่อเนื่อง ในไตรมาส 2 นี้มีรายได้มากกว่า 504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นผลมาจากการคัดสรรสินค้าที่ได้คุณภาพ ความคุ้มค่า และบริการดีเยี่ยม ทั้งกลุ่มเฮลท์แอนบิวตี้ (Health and Beauty) และกลุ่มโฮมแอนไลฟ์สไตล์ (Home and Lifestyle) ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับ ที่ทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้ตอบโจทย์เจาะกลุ่มคนยุคใหม่ทุกมิติของชีวิตที่ใส่ใจดูแลคุณภาพชีวิต สุขภาพร่างกาย และความสะดวกสบาย รวมถึงบริการยกระดับคุณภาพชีวิต หนุนด้วยธุรกิจสื่ออย่าง “ช่อง 8” ที่มีคอนเทนต์ที่แข็งแรงและมีเรตติ้งอยู่ในกลุ่มผู้นำของประเทศ

แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังดีขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องด้วยได้ปัจจัยบวกหลายด้าน ทั้งจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจที่ช่วยกระตุ้นกำลังการซื้อของผู้บริโภค และการวางกลยุทธ์เชิงรุกธุรกิจใหม่ MPC ได้รุกจับมือกับคู่ค้าหรือพันธมิตร (Strategic Partner) เพิ่มสินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อผนึกพลังและต่อยอดธุรกิจให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแบบทางลัดและขยายตัวได้รวดเร็ว ช่วยสร้างความแข็งแกร่งและเร่งการเติบโตทั้งรายได้และกำไรอย่างยั่งยืน รวมทั้งเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ (SKU) ทั้งกลุ่มสกินแคร์ แฮร์แคร์ และอาหารเสริม สินค้าประเภทใหม่ๆ ของกลุ่มโฮมแอนไลฟ์สไตล์ รวมถึงบริการทางด้านการตลาดต่างๆ ทั้งการประกันภัย และบริการอื่นๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายและโอกาสทางการขายมากขึ้น อีกทั้งการบริหารข้อมูลลูกค้าที่เติบโตขึ้นรวมกันทุกช่องทางเกือบ 1 ล้านรายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และการเพิ่มทีมคอลเซ็นเตอร์ทั้งในแง่จำนวนและประสิทธิภาพในการปิดการขาย โดยมีพันธมิตรหลายรายสนใจและเจรจาขอนำสินค้าคุณภาพมาขายผ่านช่องทาง Telesales ของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ “ช่อง 8” ได้ทุ่มเติมคอนเทนต์ใหม่ครบทุกรส ไม่ว่าจะเป็น ซีรีส์อินเดีย ละครไทย ข่าว มวย เพื่อตอกย้ำคอนเซ็ปต์ “เข้มทุกเรื่องราว สุดทุกอารมณ์” ถือเป็นการเปิดเกมรุกได้ตรงกับจังหวะและโอกาสช่วงเม็ดเงินโฆษณากลับมาพอดี จึงเชื่อมั่นผังใหม่ถูกใจผู้ชมทั้งประเทศดันเรตติ้งพุ่งทะยาน โดยคอนเทนต์แม่เหล็กในไตรมาส 3 คือ “ซีรีส์อินเดียฟอร์มยักษ์ 2 เรื่อง 2 รส ได้แก่ ตำนานมหาเทพแห่งความสำเร็จ “พิฆเนศ มหาเทพไอยรา” ใช้ทุนสร้างระบบแอคชั่นแฟนตาซีด้านซีจีกว่าพันล้านทำเรตติ้งสูงสุดของอินเดีย และซีรีส์แนวโรแมนติกดราม่าที่ครองใจคนอินเดียทั่วประเทศ “แผนรัก ลวงใจ (Iss Pyaar Ko Kya Naam Doon)” การันตี 13 รางวัลคุณภาพทั้งนักแสดงนำยอดเยี่ยมชายหญิงอย่าง “บารุณ ซอปติ” และ “ซานาย่า อิรานี” ที่กำลังโด่งดังทั่วเอเชียในขณะนี้

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้รับเชิญจากบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่ง เพื่อพบปะนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ โดยเข้าร่วมงาน Thailand Focus พบปะกับนักลงทุนสถาบันในไทย รวมถึงในประเทศญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ ตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป บริษัทฯ จะเดินสายนำเสนอข้อมูลที่ประสบความสำเร็จจากการพัฒนาสู่การเป็นตลาดค้าปลีกรูปแบบใหม่ที่ใช้โมเดล MPC เชื่อมั่นว่าจะมีกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากนักลงทุนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา และคาดว่าหลังการเดินสายโรดโชว์จะได้เห็นสัดส่วนนักลงทุนสถาบันระยะยาวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับราคาหุ้น และเป็นการส่งสัญญาณอันดีอันเป็นการการันตีถึงคุณภาพของบริษัทฯ

“อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2561 ในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น เป็นเงินทั้งสิ้น 242 ล้านบาท ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีสะท้อนสภาพคล่องและมีศักยภาพทางการเงินของบริษัท ทำให้สามารถจ่ายปันผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นได้” นายดามพ์ กล่าว