RS 2016 MEDIA REVOLUTIONIST

นักลงทุนสัมพันธ์

ย่างก้าวของอาร์เอส

ปี 2559

อาร์เอสฯ เปิดตัวบริษัทใหม่ “ไลฟ์สตาร์ (LifeStar)” อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัว 4 แบรนด์หลักเพิ่มเติม

อาร์เอสฯ เปิดตัวบริษัทใหม่ “ไลฟ์สตาร์ (LifeStar)” อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัว 4 แบรนด์หลัก “มาจีค กราวีธัส รีไวว์ และ โนเบิลไวท์” เพื่อขยายตัวเข้าสู่ธุรกิจสุขภาพและความงาม (Health and Beauty) เนื่องจากเห็นโอกาสจากธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีแม้ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

ปี 2558

บริษัทฯ เปลี่ยนผ่านโครงสร้างองค์กรเป็นบริษัทมีเดียอย่างเต็มรูปแบบทั้งการดำเนินธุรกิจทีวีดิจิตอลภายใต้แบรนด์ “ช่อง 8” ที่หมายเลข 27 ของระบบการรับสัญญาณโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลทั่วประเทศ เพิ่มเติม

บริษัทฯ เปลี่ยนผ่านโครงสร้างองค์กรเป็นบริษัทมีเดียอย่างเต็มรูปแบบทั้งการดำเนินธุรกิจทีวีดิจิตอลภายใต้แบรนด์ “ช่อง 8” ที่หมายเลข 27 ของระบบการรับสัญญาณโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลทั่วประเทศธุรกิจทีวีดาวเทียม “ช่อง 2” และ “ช่องสบายดีทีวี”รวมถึงสื่อวิทยุผ่านคลื่น COOL Fahrenheit 93 และธุรกิจเพลงซึ่งเป็นต้นทางของคอนเทนต์และบุคลากรทางด้านบันเทิงเพื่อต่อยอดไปสู่ธุรกิจสื่อ

บริษัทฯ เล็งเห็นประโยชน์ของช่องทางของสื่อต่างๆที่มีอยู่ในมือ จึงได้เริ่มเข้าสู่ธุรกิจสุขภาพและความงามและเริ่มมีรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเข้ามาเสริมรายได้ของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ปี 2557

บริษัทฯ เป็นผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล เพิ่มเติม

บริษัทฯ เป็นผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ หมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดปกติ (Standard Definition) จำนวน 1ช่อง โดยบริษัทฯได้นำ "ช่อง 8" ที่เดิมออกอากาศอยู่บนระบบทีวีดาวเทียม เปลี่ยนมาออกอากาศในระบบดิจิตอลแทน ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2557 เป็นต้นมา และในปี 2557 นี้บริษัทยังได้เป็นผู้บริหารสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 FIFA world Cup Brazil ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน - 13 กรกฎาคม 2557 โดยออกอากาศทางช่อง 8 ช่อง worl cup channel ช่อง sun channel ช่อง 5 และ ช่อง 7

ปี 2556

บริษัทฯได้เข้าสู่การเป็นผู้ผลิตรายการบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับธุรกิจสื่อ ซึ่งในปีนี้บริษัทฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนช่อง 'RS Sport Laliga' เพิ่มเติม

บริษัทฯได้เข้าสู่การเป็นผู้ผลิตรายการบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับธุรกิจสื่อ ซึ่งในปีนี้บริษัทฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนช่อง 'RS Sport Laliga' เป็นกึ่งเพย์ทีวี 'Sun Channel La Liga' ช่องรายการที่ประกอบด้วย กีฬา ข่าว สาระ และถ่ายทอดสดฟุตบอลลาลีกาสเปน

ในส่วนของธุรกิจวิทยุ บริษัทได้มีการรีแบรนด์ 'สกายไฮ' เป็น 'คูลลิซึ่ม' และได้เปิดคลื่นวิทยุคลื่นใหม่ คูลเซลเซียส 91.5 คลื่นรายการวิทยุที่นำเสนอเพลงสากล โปรแกรมวาไรตี้ และลิขสิทธิ์คอนเทนต์จากต่างประเทศ

ปี 2555

บริษัทฯยังคงมีการขยายตัวในธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียมอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดตัวช่องใหม่เพิ่มอีก 1 ช่อง ได้แก่ ช่อง RS Sport LaLiga เพื่อรองรับสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลลาลีกาสเปน 3 ฤดูกาลเพิ่มเติม

บริษัทฯยังคงมีการขยายตัวในธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียมอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดตัวช่องใหม่เพิ่มอีก 1 ช่อง ได้แก่ ช่อง RS Sport LaLiga เพื่อรองรับสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลลาลีกาสเปน 3 ฤดูกาล ตั้งแต่ปี 2012 – 2015 และยังได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบช่อง Yaak TV โดยการปรับเนื้อหาและรูปแบบรายการเพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย และเปลี่ยนชื่อเป็น Star Max Channel ช่องวาไรตี้บันเทิงของเหล่าดารา เซเลป และศิลปินนักร้อง

ในส่วนของธุรกิจวิทยุ ได้เพิ่มการออกอากาศผ่าน FM 88.5 MHZ ภายใต้แบรนด์ "สบายดี เรดิโอ" ที่ต่อยอดมาจากความสำเร็จของช่องสบายดี ทีวี และค่ายเพลงอาร์สยาม

ปี 2554

บริษัทฯได้ขยายตัวในธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียมเพิ่มอีก 2 ช่อง ได้แก่ ช่อง 8 ภายใต้คอนเซ็ปต์ ฟรีทีวีวาไรตี้ 24 ชั่วโมง และ ช่อง Yaak TV ภายใต้คอนเซ็ปต์ Free TV Uncensored 24 ชั่วโมง เพิ่มเติม

บริษัทฯได้ขยายตัวในธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียมเพิ่มอีก 2 ช่อง ได้แก่ ช่อง 8 ภายใต้คอนเซ็ปต์ ฟรีทีวีวาไรตี้ 24 ชั่วโมง และ ช่อง Yaak TV ภายใต้คอนเซ็ปต์ Free TV Uncensored 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้บริษัทฯยังได้เป็นผู้บริหารสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลลาลีกา สเปน ในปี 2012 - 2013

ปี 2553

บริษัทฯได้ปรับรูปแบบการทำงานในบริษัท Skyhigh Networkจำกัด ควบคู่กับการรุกธุรกิจสายงานใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Entertainment Connected" ให้เป็นระบบครบวงจร เพิ่มเติม

บริษัทฯได้ปรับรูปแบบการทำงานในบริษัท Skyhigh Networkจำกัด ควบคู่กับการรุกธุรกิจสายงานใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Entertainment Connected" ให้เป็นระบบครบวงจร เพื่อเป็นการขยายธุรกิจให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยนอกจากธุรกิจวิทยุแล้ว มีการเพิ่มธุรกิจทางด้าน

  • Cable TV ใช้ชื่อว่า A-List ซึ่งรูปแบบรายการเป็น "Celebrity Lifestyle Channel"
  • Publishing เป็น Free copy ใช้ชื่อว่า ACROSS เป็นนิตยสารที่เน้นthemeในแต่ละเล่มที่แตกต่างกันไปภายใต้รูปแบบ " Creative Hipster Lifestyle Close-up "
  • Event Activation ใช้ชื่อว่า SKYWALKER ที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องของการจัดอีเว้นท์และครอบคลุมไปถึงเรื่องของคอนเสิร์ตต่างๆด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มความหลากหลาย และเต็มเปี่ยมไปด้วยความสมบูรณ์แบบ โดดเด่น และทันสมัยตลอดเวลา

บริษัทฯปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ธุรกิจภาพยนตร์ โดยทำการ Rebranding ค่ายหนังใหม่ เป็น "Film R Us" ภายใต้แนวคิด ความบันเทิงอย่างสร้างสรรค์ บนความทันสมัย เพื่อแสดงถึงความพร้อมในการสร้างสรรค์และผลิตผลงานภาพยนตร์ระดับคุณภาพออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯรุกธุรกิจกีฬาอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผู้บริหารสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 FIFA World Cup South Africa ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 11 กรกฎาคม 2553 ออกอากาศทางช่อง3 ช่อง7 ช่อง9 และ NBT พร้อมด้วยกิจกรรม On Ground Activity การทายผลผ่าน Postcard I Love World Cup และการลุ้นโชคผ่านระบบ SMS *2010

บริษัทฯได้ Rebranding เว็บไซต์ Pleng.com ให้เป็นร้านขายเพลงบน Internet ที่สามารถชำระเงินผ่านทางระบบโทรศัพท์ (Mobile Payment) แห่งแรกในประเทศไทย

โครงการ Super Mao *339 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง โดยในปีนี้มีสมาชิกครบ 3 ล้านคนประเทศ

ปี 2552

บริษัทฯรุกเข้าสู่ธุรกิจกีฬาเต็มรูปแบบ โดยเป็นผู้บริหารสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬารายการใหญ่หลายรายการ อาทิ การแข่งขันฟุตบอล Confederation Cup เพิ่มเติม

บริษัทฯรุกเข้าสู่ธุรกิจกีฬาเต็มรูปแบบ โดยเป็นผู้บริหารสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬารายการใหญ่หลายรายการ อาทิ การแข่งขันฟุตบอล Confederation Cup และ การถ่ายทอดสดกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 25 เป็นต้น

บริษัทฯได้เปิดตัวธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียมจำนวน 2 ช่อง คือ YOU Channel และ สบายดี ทีวี โดยได้เริ่มทดลองออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2552 เพื่อตอบสนองผู้ชมกว่า 4.5 ล้านครัวเรือนเดิม และมีอัตราการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นทุกปี

บริษัทฯเริ่มให้บริการดาวน์โหลดเพลงผ่านมือถือในระบบ Subscription ภายใต้โครงการ Super Mao *339 ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี

ปี 2551

บริษัทฯเข้าลงทุน 65 เปอร์เซ็นต์ ในบริษัท อาร์เอส อินสโตร์ มีเดีย จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจสื่อในห้างโมเดิร์นเทรด ซึ่งเป็นสื่อวิทยุกระจายเสียง และสื่อทีวีในห้างโมเดิร์นเทรด เพิ่มเติม

บริษัทฯเข้าลงทุน 65 เปอร์เซ็นต์ ในบริษัท อาร์เอส อินสโตร์ มีเดีย จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจสื่อในห้างโมเดิร์นเทรด ซึ่งเป็นสื่อวิทยุกระจายเสียง และสื่อทีวีในห้างโมเดิร์นเทรด ครอบคลุมโมเดิร์นเทรดกว่า 540 สาขาทั่วประเทศ

บริษัทฯเข้าลงทุนในบริษัท ย๊าค จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจรายการทีวีที่เจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น ประกอบด้วย รายการทีนพลัซโชว์ รายการกามิกาเซ่คลับ รายการทูไนท์ไลฟ์ และละครวัยรุ่น Daddy Duo

บริษัทฯเปิดตัวสนามฟุตบอล S-One ณ ถนนบางนา-ตราด กม.4 เพื่อดำเนินธุรกิจบริการให้เช่าสนามฟุตบอลหญ้าเทียม สำหรับการแข่งขันฟุตบอล 7 คน และให้เช่าสถานที่เพื่อทำกิจกรรมทางการตลาดของบริษัท ห้างร้านต่างๆ

บริษัทฯได้รับลิขสิทธิ์เป็นผู้ดูแลการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2008 ซึ่งเป็นกีฬาระดับโลกที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

ปี 2550

ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กรใหม่(Rebranding) เพื่อสะท้อนถึงการทำธุรกิจที่กว้างขวางขึ้นมากกว่าการเป็นบริษัททำเพลง โดยมีโพสิชั่นนิ่งใหม่คือ เครือข่ายความบันเทิง เพิ่มเติม

ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กรใหม่(Rebranding) เพื่อสะท้อนถึงการทำธุรกิจที่กว้างขวางขึ้นมากกว่าการเป็นบริษัททำเพลง โดยมีโพสิชั่นนิ่งใหม่คือ เครือข่ายความบันเทิง (The Entertainment Network)

ปี 2549

บริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนชื่อบริษัทฯ เป็น "บริษัท อาร์เอส จำกัด ( มหาชน )" เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะการประกอบธุรกิจและ ทำการเปลี่ยนโลโกบริษัท ในโอกาสที่มีอายุครบ 25 ปี เพิ่มเติม

บริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนชื่อบริษัทฯ เป็น "บริษัท อาร์เอส จำกัด ( มหาชน )" เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะการประกอบธุรกิจและ ทำการเปลี่ยนโลโก้บริษัท ในโอกาสที่มีอายุครบ 25 ปี ภายใต้แคมเปญการเฉลิมฉลอง มหัศจรรย์ความสุขไม่รู้จบ ( A Journey of Happiness )

บริษัทเข้าลงทุน 50 เปอร์เซ็นต์ ในบริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดแคสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเมนต์ จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจทางด้านกีฬา โดยบริษัทได้รับลิขสิทธิ์การบริหารการถ่ายทอดสด(Media Right) การแข่งขันฟุตบอลโลก 2 สมัย คือในปี 2553 และ 2557

บริษัทเข้าลงทุน 51 เปอร์เซ็นต์ ในบริษัท อาร์เอส ไอดรีม จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจโชว์บิซ โดยมีการนำศิลปินและคอนเทนต์ต่างๆเข้ามาจากต่างประเทศ อาทิเช่น คอนเสิร์ตของศิลปินต่างประเทศ งานโชว์ประเภทต่างๆ

ปี 2548

บริษัทฯ บริหารสถานีวิทยุเพิ่มขึ้นอีก 1 สถานีคือ สถานีวิทยุกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ FM 90 MHz ภายใต้การบริหารร่วมกับพันธมิตรธุรกิจคือ บริษัท เวอร์จิ้น เรดิโอ ไทยแลนด์ จำกัด เพิ่มเติม

บริษัทฯ บริหารสถานีวิทยุเพิ่มขึ้นอีก 1 สถานีคือ สถานีวิทยุกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ FM 90 MHz ภายใต้การบริหารร่วมกับพันธมิตรธุรกิจคือ บริษัท เวอร์จิ้น เรดิโอ ไทยแลนด์ จำกัด และวางแผงนิตยสารสำหรับผู้หญิงอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม ปี 2548 ภายใต้แบรนด์ "FRONT" และ "FAME" นอกจากนี้บริษัทยังได้มีการขยายการลงทุนในธุรกิจสิ่งพิมพ์ ด้วยการผลิตหนังสือพิมพ์บันเทิงรายวัน "ดาราเดลี่" ออกสู่ตลาดในเดือนกันยายน 2548 และลงทุนในนิตยสารสำหรับผู้ชายชื่อ BOSS

ปี 2547

บริษัทฯ บริหารสถานีวิทยุเพิ่มขึ้นอีก 1 สถานีคือ สถานีวิทยุทหารเรือ FM 106 MHz ภายใต้แบรนด์ 106 LIFE FM อีกทั้งยังมีการผลิตพ็อคเกตบุคส์ เพิ่มเติม

บริษัทฯ บริหารสถานีวิทยุเพิ่มขึ้นอีก 1 สถานีคือ สถานีวิทยุทหารเรือ FM 106 MHz ภายใต้แบรนด์ 106 LIFE FM อีกทั้งยังมีการผลิตพ็อคเกตบุคส์หลากหลายเนื้อหาออกสู่ตลาดในช่วงปี 2547 ภายใต้ชื่อสำนักพิมพ์ โพเอม่า บุคส์ นอกจากนี้ได้ขยายธุรกิจสู่การผลิตงานคอมพิวเตอร์ กราฟฟิคภายใต้ชื่อ บริษัท บลูแฟรี่ จำกัด

ปี 2546

บริษัทฯ ได้ผลิตนิตยสารสำหรับผู้หญิงออกสู่ตลาดในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2546 ในชื่อ "FRONT" ภายใต้สโลแกน "FRONT นำคุณให้นำหน้า" เพิ่มเติม

บริษัทฯ ได้ผลิตนิตยสารสำหรับผู้หญิงออกสู่ตลาดในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2546 ในชื่อ "FRONT" ภายใต้สโลแกน "FRONT นำคุณให้นำหน้า" และได้นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้ชื่อย่อ "RS"

ปี 2545

บริษัทฯ มีการปรับโครงสร้างทางธุรกิจและการบริหารครั้งใหญ่ โดยได้จัดตั้งบริษัทในเครือขึ้นอีกมากมาย เพื่อรองรับงานที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นในทุกๆ ด้านได้แก่ การผลิตละครโทรทัศน์ เพิ่มเติม

บริษัทฯ มีการปรับโครงสร้างทางธุรกิจและการบริหารครั้งใหญ่ โดยได้จัดตั้งบริษัทในเครือขึ้นอีกมากมาย เพื่อรองรับงานที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นในทุกๆ ด้านได้แก่ การผลิตละครโทรทัศน์, การผลิตภาพยนตร์โฆษณาและสิ่งพิมพ์ รวมถึงบริษัทจัดเก็บลิขสิทธิ์ไทยที่ทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางในการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ผลงาน และบริษัทฯ ยังได้รุกคืบสู่ตลาดเพลงสากล ด้วยการจับมือกับทางกลุ่ม Unlimited Group ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นต้นสังกัดของวงดนตรีชื่อดังอย่าง Glay และ Lucifer โดยทาง อาร์เอส เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายในประเทศไทยและยังจัดคอนเสิร์ตศิลปินเหล่านี้ด้วย

ปี 2542

บริษัทฯ ได้จัดขบวนทัพในธุรกิจสื่อวิทยุใหม่ด้วยการจัดตั้งบริษัท สกาย-ไฮเน็ตเวิร์ก จำกัด เพิ่มเติม

บริษัทฯ ได้จัดขบวนทัพในธุรกิจสื่อวิทยุใหม่ด้วยการจัดตั้งบริษัท สกาย-ไฮเน็ตเวิร์ก จำกัด และเข้าทำธุรกิจสื่อวิทยุอย่างเป็นทางการโดยรับหน้าที่ผลิตรายการและบริหารคลื่นวิทยุในเครือ 2 คลื่นคือ 98 Cool FM คลื่นเพลง ฟังสบายสำหรับวัยรุ่นจนถึงวัยทำงานตอนต้น และ 88.5 Z POP We Like คลื่นซ่าของคนรุ่น "Z"

ปี 2540

บริษัทฯ รุกเข้าสู่สื่อโทรทัศน์อย่างเต็มตัวด้วยการเปิดบริษัท ชาโดว์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัดในช่วงต้นปี เพิ่มเติม

บริษัทฯ รุกเข้าสู่สื่อโทรทัศน์อย่างเต็มตัวด้วยการเปิดบริษัท ชาโดว์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัดในช่วงต้นปีและบริษัท เมจิคแอ็ดเวอร์เทนเม้นท์ จำกัดในช่วงกลางปี โดยเริ่มต้นด้วยรายการเกมส์โชว์ที่สร้างสีสันจนกลายเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ เช่น "Shock Game" และตามมาด้วยรายการประเภทอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ รายการวาไรตี้, รายการเพลง, มิวสิควิดีโอและรวมทั้งละครโทรทัศน์อีกด้วย ซึ่งรายการเหล่านี้นอกจากจะเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทฯแล้วยังถือเป็นเครื่องมือทางการตลาดในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ของบริษัทฯ ไปในเวลาเดียวกันด้วย

ปี 2539

บริษัทฯ สร้างสตูดิโอครบวงจรหลังใหม่มูลค่ากว่า 80 ล้านบาทและลงทุนอีก 300 ล้านบาท เพิ่มเติม

บริษัทฯ สร้างสตูดิโอครบวงจรหลังใหม่มูลค่ากว่า 80 ล้านบาทและลงทุนอีก 300 ล้านบาท สำหรับสร้างอาคารเชษฐโชติศักดิ์ 2 ความสูง 6 ชั้นบนเนื้อที่ไร่เศษ ใกล้กับอาคารเดิมเพื่อรองรับปริมาณบุคลากรและทรัพยากรที่เพิ่มขึ้นตามการขยายงานอย่างรวดเร็ว

ปี 2538

บริษัทฯ ก้าวเข้าสู่ธุรกิจภาพยนตร์อย่างเต็มตัวด้วยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง" โลกทั้งใบให้นายคนเดียว" ในนาม "อาร์.เอส.ฟิล์ม" เพิ่มเติม

บริษัทฯ ก้าวเข้าสู่ธุรกิจภาพยนตร์อย่างเต็มตัวด้วยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง "โลกทั้งใบให้นายคนเดียว" ในนาม "อาร์.เอส.ฟิล์ม" หลังจากการทดลองตลาดด้วยภาพยนตร์เรื่อง "รองต๊ะแลบแปล๊บ" ซึ่งภาพยนตร์เรื่อง "โลกทั้งใบให้นายคนเดียว "นับเป็นภาพยนตร์เปิดตัวที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งทางด้านรายได้และรางวัล ถือเป็นการเริ่มต้นที่เป็นพื้นฐานความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องต่อๆ มา

ปี 2535

มีการเปลี่ยนชื่อบริษัทฯ เป็น "บริษัท อาร์.เอส. โปรโมชั่น 1992 จำกัด" เพิ่มเติม

มีการเปลี่ยนชื่อบริษัทฯ เป็น "บริษัท อาร์.เอส. โปรโมชั่น 1992 จำกัด" รวมทั้งได้ย้ายสำนักงานจากถนนอุรุพงษ์มาเป็นอาคารเชษฐโชติศักดิ์ ในซอยลาดพร้าว 15 และใช้เงินลงทุน 300 ล้านบาท โดยมีห้องบันทึกเสียง ระดับมาตรฐานเพื่อรองรับงานของบริษัทฯ ถึง 3 ห้อง โดยบริษัทได้ประกาศจุดยืนจากบริษัทเพลงมาเป็นบริษัทบันเทิงครบวงจร นอกจากผลงานอัลบั้มเพลงซึ่งเป็นธุรกิจหลักแล้ว บริษัทฯ ยังได้รุกเข้าสู่ธุรกิจบันเทิงในสายงานอื่นๆ อย่างครบวงจรไม่ว่าจะเป็นรายการวิทยุ, รายการโทรทัศน์, ละครโทรทัศน์รวมทั้งภาพยนตร์ และถือกำเนิด "อาร์.เอส.สตาร์คลับ" สำหรับแฟนๆ อาร์เอส ซึ่งนับเป็นธุรกิจแฟนคลับแห่งแรกของธุรกิจเพลงในเมืองไทย โดยสมาชิกของอาร์.เอส.สตาร์คลับจะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งข่าวความเคลื่อนไหวของศิลปินในดวงใจและการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ที่บริษัทฯ ได้สร้างสรรค์ขึ้น

ปี 2527

บริษัทฯ สร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ให้กับวงการเพลงไทยด้วยการออกอัลบั้ม "รวมดาว" เพิ่มเติม

บริษัทฯ สร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ให้กับวงการเพลงไทยด้วยการออกอัลบั้ม "รวมดาว" ที่รวบรวมศิลปินวัยรุ่นในยุคนั้นมาร้องเพลงเก่าสมัยสุนทราภรณ์ และสามารถสร้างยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และนอกเหนือจากวงสตริงวัยรุ่นแล้ว ขณะที่เพลงไทยลูกทุ่ง ก็ประสพความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง อาทิ สันติ ดวงสว่าง, เอกชัย ศรีวิชัย และ ยอดรัก สลักใจ

ปี 2525

บริษัท อาร์.เอส.ซาวด์ จำกัด ถือกำเนิดจากการแปรวิกฤติให้เป็นโอกาสอย่างแท้จริง เพิ่มเติม

บริษัท อาร์.เอส.ซาวด์ จำกัด ถือกำเนิดจากการแปรวิกฤติให้เป็นโอกาสอย่างแท้จริง เมื่อคุณเกรียงไกรตัดสินใจเปลี่ยนธุรกิจมาเป็นบริษัทเพลงที่เน้นตลาดวัยรุ่น โดยใช้เงินลงทุนเบื้องต้นประมาณ 2-3 ล้านบาท ซึ่งขณะนั้นมีวงอินทนินเป็นศิลปินในสังกัดวงแรกและตามมาด้วย คีรีบูน, ฟรุตตี้, ซิกเซ้นต์, บรั่นดี และเรนโบว์ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง

ปี 2519

คุณเกรียงไกร เชษฐโชติศักดิ์ เริ่มธุรกิจอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก โดยทำธุรกิจตู้เพลงและอัดเพลงจากแผ่นเสียงลงเทป ภายใต้ตรา "ดอกกุหลาบ" เพิ่มเติม

คุณเกรียงไกร เชษฐโชติศักดิ์ เริ่มธุรกิจอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก โดยทำธุรกิจตู้เพลงและอัดเพลงจากแผ่นเสียงลงเทป ภายใต้ตรา "ดอกกุหลาบ" ก่อนจะจัดตั้งเป็นบริษัทอย่างเต็มตัวด้วยเงินลงทุน 50,000 บาทในนาม "Rose Sound" ซึ่งถือได้ว่าเป็นปฐมบทของอาณาจักร "อาร์เอส" อันยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน