นักลงทุนสัมพันธ์

ธุรกิจบริษัท

ธุรกิจในปัจจุบันของกลุ่มอาร์เอส ประกอบด้วย 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจสุขภาพและความงาม ธุรกิจสื่อ ธุรกิจเพลง และธุรกิจรับจ้างและผลิตกิจกรรม

โครงสร้างรายได้

ประเภทรายได้

2558

2559

2560

จำนวน
(ล้านบาท)

สัดส่วน
(%)

จำนวน
(ล้านบาท)

สัดส่วน
(%)

จำนวน
(ล้านบาท)

สัดส่วน
(%)

กลุ่มธุรกิจสุขภาพและความงาม

231.9

6

227.7

8

1,389.1

40

กลุ่มธุรกิจสื่อ

2,122.4

59

1,694.8

56

1,703.5

49

กลุ่มธุรกิจเพลง

463.2

13

320.0

11

254.5

7

กลุ่มธุรกิจรับจ้างและผลิตกิจกรรม

706.4

20

748.7

25

154.6

4

รายได้จากธุรกิจอื่น

79.7

2

7.3

0

0

0

รวมรายได้

3,603.6

100

2,998.6

100

3,501.7

100

  • ธุรกิจสุขภาพและความงาม

  • ธุรกิจสื่อ

    ธุรกิจสื่อของอาร์เอส ประกอบด้วย 2 สื่อหลัก ได้แก่ สื่อโทรทัศน์ และสื่อวิทยุ

    ธุรกิจสื่อโทรทัศน์

  • ธุรกิจสื่อวิทยุ

  • ธุรกิจเพลง

  • ธุรกิจรับจ้างและผลิตกิจกรรม

ธุรกิจสุขภาพและความงาม

  

บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “อาร์เอส”) ดำเนินธุรกิจสุขภาพและความงามภายใต้บริษัท ไลฟ์สตาร์ จำกัด (“ไลฟ์สตาร์”) โดยมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skin Care) ภายใต้แบรนด์ “มาจีค” (Magique) ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม (Hair Care) ภายใต้แบรนด์ “รีไวฟ์” (Revive) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Food Supplement) ภายใต้แบรนด์ “เอส.โอ.เอ็ม.” (S.O.M.) ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้แรงบันดาลใจจากนวัตกรรมระดับโลกและสถาบันวิจัยทั้งในและต่างประเทศ นำเสนอผ่านผลิตภัณฑ์กว่า 20 รายการ รวมถึงสินค้าของพันธมิตร ซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เองอีกกว่า 10 รายการ รวมผลิตภัณฑ์ที่เสนอขายในปี 2560 ทั้งสิ้นกว่า 30 รายการ เพื่อตอบสนองต่อเทรนด์ของโลกซึ่งคนหันมาให้ความสนใจต่อสุขภาพและความงามของตนเองเพิ่มขึ้น โดยบริษัทฯ โฆษณาสินค้าผ่านช่องทางสื่อของอาร์เอส ทั้งช่อง 8 ช่องทีวีดาวเทียมจำนวน 4 ช่อง และสื่อวิทยุ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการมีสื่อเป็นของตนเอง รวมถึงการโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ทั้ง “www.shop1781.com” และ “@Shop1781 (LINE SHOP)” การทําโปรโมชั่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) และร้านจำหน่ายเวชสำอาง (Drug Store) ทั่วประเทศ ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังได้พัฒนาระบบเทเลเซลล์ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า วางเส้นโฆษณาแต่ละผลิตภัณฑ์ได้อย่างแม่นยำขึ้น รวมถึงมีทีมคอลเซ็นเตอร์ (call center) เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าจากปี 2559 เพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนสายโทรเข้าของลูกค้า และสามารถนำเสนอสินค้าได้ตอบโจทย์ลูกค้าเพิ่มขึ้น รวมถึงการพัฒนาทีมและระบบหลังการขาย (Customer Relationship Management (CRM)) โดยเป็นทีมที่ดูแลและวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้า เพื่อบริหารข้อมูลลูกค้าในระบบที่เพิ่มขึ้นกว่า 7 เท่าจากปีก่อน นำเสนอสินค้าและโปรโมชั่น ทำให้ปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

< กลับ

ธุรกิจสื่อโทรทัศน์

อาร์เอสประกอบธุรกิจทีวีดิจิตอลช่อง 8 และทีวีดาวเทียมจำนวน 4 ช่อง ได้แก่ ช่องสบายดีทีวี ช่อง 2 ช่อง YOU Channel และช่องเพลินทีวี ซึ่งมีรูปแบบ และกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ดังนี้

ช่อง 8

สถานีโทรทัศน์ “ช่อง 8” ภายใต้คอนเซปต์ “เข้มทุกเรื่องราว สุดทุกอารมณ์” นำเสนอรายการที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้ชมโทรทัศน์ส่วนใหญ่ของประเทศ วางคอนเซปต์ให้เป็นฟรีทีวีที่เข้าถึงผู้คนได้หลากหลายเพศและวัย โดยมีรายการที่เป็นแม่เหล็กของช่อง ได้แก่ รายการข่าวที่ดูง่าย เข้าใจง่าย และได้รับความนิยมเรตติ้งผู้นำของประเทศสำหรับ “คุยข่าวเช้าช่อง 8” “คุยข่าวเย็นช่อง 8" และรายการข่าวอื่นๆ เกี่ยวกับปากท้องชาวบ้าน เรื่องร้องทุกข์ พาชิมเมนูเด็ด และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตต่างๆ ทั้งรายการ “เจาะประเด็น” “ปากท้อง ต้องรู้” และ “สะกิดข่าวเด็ด” รวมถึงรายการในกลุ่มกีฬา “8 Max มวยไทย” “เดอะแชมเปี้ยน มวยไทยตัดเชือก” “มวยไทย แบทเทิ้ล” และ “มวยมันส์ ซูเปอร์ Max” อีกทั้งมวยระดับโลกที่ได้รับลิขสิทธิ์มาถ่ายทอดสด ได้แก่ “ศึกมวยโลก ช่อง 8 HBO Boxing” และ “UFC มวยกรง 8 เหลี่ยม” อีกหนึ่งปรากฎการณ์สำคัญ ได้แก่ ซีรีส์อินเดีย ทั้ง “สีดาราม ศึกรักมหาลงกา” และ “หนุมาน สงครามมหาเทพ” โดย “ช่อง 8” นำมาตัดต่อเนื้อหาให้กระชับ พากย์เสียง พร้อมใส่เพลงประกอบซีรีส์เพื่อให้เข้ากับรสนิยมผู้ชมไทยมากขึ้น ทำให้มีผู้ชมกว่า 3 ล้านคน จนเป็นกระแสฟีเวอร์ ทุบสถิติเรตติ้งซีรีส์ต่างประเทศ และเป็นที่กล่าวขวัญถึงตลอดทั้งปี สำหรับละครใหม่ในปี 2560 จำนวน 8 เรื่อง ได้แก่ “ระบําไฟ” “เชลยศึก” “เงาเสน่หา” “เกมพยาบาท” “เพลิงรักไฟมาร” “ทรายย้อมสี” “ใจลวง” และ “เงาอาถรรพ์” “ช่อง 8” ยังเพิ่มความเข้มข้นด้วยรายการวาไรตี้ต่างๆ ได้แก่ “ครัวลั่นทุ่ง” “ซุปตาร์ตลาดแตก” “อึ้งทึ่งเสียว” และ “The Guest ตีสนิทคนดัง” ด้วยความหลากหลายของประเภทรายการที่ได้รับความนิยม ทำให้ “ช่อง 8” มีเรตติ้งครองอันดับต้นของประเทศ จากการสำรวจของ AGB Nielsen Media Research (Thailand) ในเดือนธันวาคม 2560

ทีวีผ่านดาวเทียม ประกอบด้วย 4 ช่องหลัก ได้แก่ ช่อง 2 สบายดีทีวี YOU Channel และเพลินทีวี โดยแต่ละช่องจะมีคอนเซปต์ และลักษณะรายการเป็นของตนเอง ดังนี้

ช่อง 2

“ช่อง 2” รวบรวมสุดยอดละครดัง และรายการวาไรตี้ รวมถึงซีรีส์ต่างประเทศ ทั้งจีน อินเดีย และเกาหลีที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากช่อง 8 คัดสรรและนำเสนออย่างเข้มข้นบน “ช่อง 2” เพื่อรักษาฐานกลุ่มผู้ชมที่ชื่นชอบความบันเทิงอย่างครบรส

ช่อง สบายดีทีวี

“สบายดีทีวี” จับกลุ่มเป้าหมายผู้ชื่นชอบเพลงไทย ในหลากหลายแนวเพลง ไม่เพียงแต่จำกัดเฉพาะเพลงลูกทุ่งเท่านั้น ยังมีเพลงแนวเพื่อชีวิต เพลงสตริง เพลงฮิตในอดีต และเพลงเก่าหาฟังยาก ภายใต้สโลแกน “ช่องเพลงฮิตอันดับหนึ่งของเมืองไทย” ด้วยจุดแข็งของช่อง “สบายดีทีวี” ที่ดูแลการผลิตและบริหารคอนเทนต์เองภายใต้ค่ายเพลงอาร์สยาม ทำให้มีจุดแข็งในการนำเสนอรายการได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งในเชิงลึกและเชิงกว้าง สามารถดึงศักยภาพของศิลปินมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการคัดสรรผู้ดำเนินรายการที่มีเอกลักษณ์ เป็นที่จดจำและชื่นชอบกับคนหลากหลายกลุ่ม จึงทำให้ช่อง “สบายดีทีวี” เป็นช่องที่สามารถรับชมได้อย่างเพลิดเพลิน สนุกสนานได้ตลอดทั้งวัน และสามารถสื่อสารถึงกันผ่านข้อความมือถือ (sms) และภาพหน้าจอ (display) ได้ตลอดเวลา

ช่อง YOU Channel

“YOU Channel” ช่องรายการที่มาพร้อมคอนเซปต์ “เพลงฮิต วาไรตี้ฮ็อต” ตอบโจทย์กลุ่มผู้ชมและผู้ฟังที่มีหัวใจรักในเสียงดนตรีทุกเพศ ทุกวัย นำเสนอคอนเทนต์ในรูปแบบของมิวสิควีดีโอหรือภาพคอนเสิร์ตของศิลปินที่หลากหลายในเครืออาร์เอส

ช่อง เพลินทีวี

“เพลินทีวี” ตอบโจทย์กลุ่มผู้ชมส่วนใหญ่ของประเทศ โดยนำข่าว และรายการวาไรตี้ของช่อง 8 มานำเสนอบนช่อง “เพลินทีวี” เพื่อให้ผู้ชมที่ชื่นชอบรายการมีสาระครบรสได้รับชมกันอย่างเต็มที่

< กลับ

ธุรกิจสื่อวิทยุ

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจผ่านช่องทาง On-Air ระบบคลื่นความถี่วิทยุ F.M. 93.0 MHz ในกรุงเทพและปริมณฑล ทั่วประเทศผ่านช่องทาง Online ที่ www.COOLISM.net และช่องทาง On Mobile ที่ Application COOLISM ภายใต้แบรนด์ COOLfahrenheit โดยมีรายละเอียด ดังนี้

สถานีวิทยุ

COOLfahrenheit

ผู้ให้สัมปทานคลื่นวิทยุ

สถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือ

วันและเวลาออกอากาศ

24 ชั่วโมง

สัญญาณส่งครอบคลุมพื้นที่

กรุงเทพฯ ปริมณฑล และทั่วประเทศ ผ่านออนไลน์และโทรศัพท์มือถือ

แนวคิด (Concept)

Living Young & Beyond

กลุ่มผู้ฟังเป้าหมายหลัก

Generation C อายุระหว่าง 20-44 ปี


สถานีเพลง COOLfahrenheit

COOLfahrenheit ดำเนินการตามกลยุทธ์ Digital Transformation ไม่ยึดติดแบรนด์ไว้กับช่องทางวิทยุ FM Analog เท่านั้น โดยรุกสู่แพลตฟอร์มดิจิตอลด้วย และยังคงรักษาแพลตฟอร์มวิทยุควบคู่กันไป ในรูปแบบ Hybrid บริษัทฯ ยังคงประกอบกิจการวิทยุเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ โดยยังคงเน้นรักษาฐานความนิยมไว้ได้อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ในปัจจุบัน COOLfahrenheit ภายใต้คอนเซ็ปต์ Living Young & Beyond สามารถรักษาฐานผู้ฟังทั่วประเทศและความนิยมในการรับฟังไว้จนครองความนิยมของสถานีในอันดับ 1 ของกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่องมากว่า 14 ปี จากผลการสำรวจของ AGB Nielsen Media Research (Thailand) ส่งผลให้ลูกค้าบริษัทโฆษณา และบริษัทเจ้าของสินค้า ยังคงความเชื่อมั่นในการใช้สื่อโฆษณาของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง

< กลับ

ธุรกิจเพลง

ธุรกิจเพลงของอาร์เอส มีการดำเนินงานในลักษณะครบวงจร ครบทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน ตั้งแต่การคัดเลือกศิลปิน การทำงานเพลง การทำการโปรโมท การวางกลยุทธ์สื่อและการตลาด การบริหารศิลปิน และการบริหารคอนเทนต์เพลง ทั้งในแง่ตัวศิลปิน ตัวงานเพลง ผ่านช่องทางทั้งในสื่อ Online เช่น streaming, download และ Offline เช่น โทรทัศน์

โดยที่การประกอบธุรกิจเพลง มีรายได้หลักจาก 3 แหล่งดังนี้

  1. รายได้จาก Showbiz, Event ของศิลปินที่อยู่ในสังกัด เป็นการวางกลยุทธ์เพื่อการขายงานแสดง งานโชว์ของศิลปิน ตลอดทั้งปี รวมทั้งการต่อยอดเชิงภาพลักษณ์ของศิลปินในแง่ของการเป็น Brand Ambassador หรือ Presenter ผลิตภัณฑ์ต่างๆ
  2. รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เพลงในรูปแบบต่างๆ ผ่านทางระบบดิจิตอล (Digital Content) ไม่ว่าจะเป็นการดาวน์โหลดเพลง (Download) การดาวน์โหลดเสียงเรียกเข้าผ่านทางโทรศัพท์ (Ring tone) การเลือกซื้อเพลงรอสายผ่านเครือข่ายของระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Ring Back Tone) การดาวน์โหลดเพลง (Full Song) ผ่านช่องทางอื่นๆ เช่น iTunes หรือผ่านเครือข่ายของระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ (WAP) การฟังเพลงในรูปแบบ Online Streaming ผ่าน Platform ต่างๆ เช่น JOOX, Spotify การฟังเพลงและดูมิวสิควิดีโอออนไลน์ผ่าน Platform ต่างๆ เช่น YouTube, Line TV
  3. รายได้จากการจัดเก็บลิขสิทธิ์เพลง โดยบริษัทจัดเก็บลิขสิทธิ์ไทย จำกัด หรือในชื่อย่อว่า TCC (Thai Copyright Collection CO., LTD.) เป็นบริษัทในเครือที่ทำหน้าที่จัดเก็บลิขสิทธิ์ผลงานต่างๆ ที่ถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ให้กับบริษัทฯ
ศิลปินนักร้องในสังกัด (Artist /Singer)

ปัจจุบันบริษัทฯ มีศิลปินนักร้องเพลงที่มีศักยภาพ ภายใต้การนำเสนอในแบรนด์ อาร์สยาม เพียงค่ายเดียว ศิลปินนักร้องในสังกัด เป็นศิลปินที่มีความสามารถในการ Performance และมีมูลค่าในการต่อยอดทางธุรกิจ โดยมีทั้งศิลปินเดี่ยวและศิลปินกลุ่ม ซึ่งสามารถนำเสนองานเพลงที่หลากหลายครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ ตัวอย่างศิลปินในค่ายอาร์สยาม ได้แก่ ใบเตย อาร์สยาม จ๊ะ อาร์สยาม กระแต อาร์สยาม เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม ลูลู่ - ลาล่า อาร์สยาม วงเฟลม แมน มณีวรรณ หญิง ธิติกานต์ วิด ไฮเปอร์ ธัญญ่า อาร์สยาม เป็นต้น

< กลับ

ธุรกิจรับจ้างและผลิตกิจกรรม

รายได้จากธุรกิจรับจ้างและผลิตกิจกรรม มาจากการจัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมการตลาด โดยปัจจุบัน เป็นการจัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมการตลาด เพื่อสนับสนุนสื่อทีวีของอาร์เอสเป็นหลัก

อาร์เอสมีความเชี่ยวชาญในการจัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมการตลาด ผลิตผลงานได้สอดคล้องกับแผนการตลาดของลูกค้าที่ลงทุนในสื่อกิจกรรมส่งเสริมการขาย ณ จุดขาย ประเภทการแสดง และอีเวนต์ โดยมีการเสนอแผนงาน รูปแบบสื่อกิจกรรมบันเทิงต่างๆ ให้มีความต่อเนื่องและส่งผลต่อธุรกิจในระยะยาวได้

อาร์เอสเป็นบริษัทสื่อขนาดใหญ่ ซึ่งมีข้อได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจการจัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมการตลาด เนื่องจากมีศิลปิน นักร้อง ที่ได้รับความนิยมอยู่ในสังกัดเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมีธุรกิจสื่อครบวงจร ทั้งสื่อโทรทัศน์และสื่อวิทยุ ทำให้มั่นใจได้ว่าการจัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมการตลาดกับบริษัทฯจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

< กลับ